กุหลาบไฟ กู่ไม่กลับอดีตที่รุ่งเรือง

กุหลาบไฟ

กุหลาบไฟ กู่ไม่กลับอดีตที่รุ่งเรือง ข้อผิดพลาดของสโมสร

กุหลาบไฟ

กุหลาบไฟ หมดยุครุ่งเรืองของทีม แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ไม่มีวันหวนคืนกับ ซีซั่นประวัติศาสตร์ และทำได้เพียงอดีตแชมปื ที่แสนเศร้า

กุหลาบไฟ การขึ้นชั้น มาไม่กี่ปีก็สามารถเลื่อนขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในประวัติศาสตร์ของสโมสรในปี 1994 ในวันนั้นด้วยเงินมหาศาลของ แจ๊ก วอล์กเกอร์ หวังที่จะเห็นทีมรักของตัวเอง ได้ประสพความสำเร็จ หลังจากที่เข้ามาเทคโอเวอร์ แล้วเค้าก็ได้จากเม็ดเงินมากมาย เพื่อซื้อนักเตะเสริมทัพ ให้ทีมนั้นแข็งแกร่งพร้อม ที่จะลงสู้ศึกพรีเมียร์ลีก ทำให้ในตอนนั้นมีนักเตะระดับโลก อยู่ในสโมสรอย่างเต็มที่ มาถึงตรงนี้แนวทาง ของพวกเขาคล้าย กับเชลซีในยุคของ โรมัน อับบาฮีโมวิท ที่หว่านเม็ดเงินมหาศาล และพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ว่ากับแบคเบิร์น มันตรงกันข้ามกัน หลังจากที่พวกเขา คว้าแชมป์ลีกแค่สี่ปี ก็จะต้องถูกตกชั้น ไปแบบช็อค ซึ่ง อลัน เชียเรอร์ ได้กล่าวถึงทีมในประวัติศาสตร์ นี้ว่า ” ในสถานการณ์ตอนนั้นสโมสรที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของคำว่าแชมป์มันจึงไม่มีการต่อยอดอะไรทั้งนั้น ”

การที่จะได้ แชมป์มาอย่างต่อเนื่อง นั้นคุณจะต้องปรับและเสริมทีม ให้มีแท็กติกดีดี อยู่เสมอเพื่อที่จะพัฒนา ในซีซั่นต่อๆไป และการที่เก้าขึ้น ไปเล่นในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก แต่ทว่าในสโมสรตอนนั้น มันตรงกันข้ามทั้งหมด  หลังจากที่ได้แชมป์มากุนซือ ในตำนานก็ได้ ผันตัวเองมาเป็นผู้บริหาร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดพลิกของสโมสร ที่พร้อมจะดิ่งลงเหวของแท้  จริงอยู่ที่ ฮาฟอร์ด กุนซือของแบล็คเบิร์นโรเวอร์ ณเวลานั้น ทำหน้าที่ได้ อย่างดีเยี่ยมจนพาทีมคว้า แชมป์ลีกได้สำเร็จ แต่การที่เขา ผันตัวมาเป็นผู้บริหาร ของสโมสรนั้นมันช่าง แตกต่างออกไป เค้ามองว่าทีมชุดนี้ดีอยู่แล้ว และไม่จำเป็นที่จะต้อง ซื้อตัวเพิ่มเข้ามาในสโมส รและไม่ได้มีการปรับเทคนิค การเล่นของทีม

 

กุหลาบไฟ

กุหลาบไฟ ความสำเร็จ ของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในช่วงยุด 90

ในฤดูกาล 1992-1993 เป็นซีซั่นแรกในพรีเมียร์ลีก ของทีมเงินหนา แห่งแคว้นแลงคาเชียร์  ลงทุนซื้อผู้เล่นมาถึง 10 คน หนึ่งในนั้นคือ “ อลัน เชียเรอร์ ” ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ มาจากเซาธ์แฮมตัน ด้วยค่าตัว 3.3 ล้านปอนด์ เป็นสถิติ ค่าตัวของฟุตบอลอังกฤษ ฤดูกาลชิมลาง ในพรีเมียร์ลีกครั้งนั้น จบด้วยอันดับที่สี่ เข้าสู่ฤดูกาล 1993-1994 แบล็คเบิร์น สถาปนาตัวเอง เป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว และเป็นคู่แข่งสำคัญของ “ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ” ที่กำลังเรืองอำนาจในยุค 90 ฤดูกาลดังกล่าว ลูกทีมของดัลกลิช จบอันดับที่สอง จะกระทั่งฤดูกาล 1994-1995 มีการลงทุนซื้อผู้เล่น เป็นสถิติอังกฤษอีกครั้ง นั่นคือ “ คริส ซัตตัน ” ศูนย์หน้าจากนอริช ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเพราะ เชียเรอร์ กับ ซัตตัน ระเบิดฟอร์ม พาต้นสังกัดพาทีม เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จในรอบ 81 ปี ท่ามกลางเงินลงทุนกว่า 30 ล้านปอนด์ตลอด 4 ซี่ซั่นของแจ๊ค วอล์คเกอร์

สิ่งที่ทำให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไม่สามารถกลับมายิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก

สโมสรนั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับการพัฒนาทีม อย่างต่อเนื่อง และถูกต้อง ในเวลานั้นสโมสรคิดว่าทีมนี้คือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด จากการคว้าแชมป์เดียวในศึกของพรีเมียร์ลีก และดูเหมือนว่าการที่เขา ได้แชมป์นั้นมันมาถึงจุดหมายปลายทางของเค้าแล้ว แต่ทว่าสิ่งที่ทางบอร์ดบริหาร กำลังผยองอยู่ทำให้สโมสรนั้นอ่อนแอลง และนี่คือสิ่งที่ทำให้ กุหลาบไฟ ไม่สามารถผงาดได้อีก

  • ขาดการพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซื้อตัวนักเตะ กุนซือ โค้ช และตัวผู้บริหารเองแล้วนั้นทำให้ช่วงหนึ่ง ได้คว้าแชมป์ แต่ก็เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
  • มีเพียงเป้าหมายเดียวคือ แชมป์พรีเมียร์ลีก อาการหมด passion สโมสรนี้ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ไม่แสวงหาแชมป์อื่นๆอีกเลย
  • ความกระหายที่อยากแข็งแกร่งเหนือทีมอื่นๆ เมื่อมีทั้ง 2 ข้อนี้รวมกัน จึงเกิดข้อนี้ขึ้นมา และทีมก็พบกับจุดอิ่มตัวและร่วงลง ในที่สุด

ความล้มเหลว ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาทำให้แฟน แบล็คเบิร์น เริ่มสาปส่งบริษัท เวนกี้ส์ เจ้าของธุรกิจไก่ที่เข้ามา ซื้อสโมสรเมื่อปี 2010 แน่นอนว่าเจ้าของทีมปัจจุบัน จากอินเดีย นอกจจากจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ตำนานอย่าง  “ แจ็ค วอล์คเกอร์ ” แล้วยังมีเรื่องผลงาน ก็ยังไม่มีทิศทางที่ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังดิ่งเหวลงเรื่อยๆ

 

 

ติดตามข่าวสาร :: ข่าวกีฬาออนไลน์

อ่านเรื่องที่น่าสนใจ :: เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

ติดตาม Facebook Fanpage :: SUPERSPORTSKICK

 

Please follow and like us:
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial