ฟางเส้นสุดท้ายของ “เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู” ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

ฟางเส้นสุดท้ายของ "เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู" ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

ฟางเส้นสุดท้ายของ “เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู” ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

ในชีวิตคนเราไม่ว่าจะรักหรือผูกพันมากแค่ไหน แต่บางครั้งความผิดแค่ครั้งเดียวมันก็ไม่มีโอกาสครั้งต่อไปแล้ว

 

ฟางเส้นสุดท้ายของ "เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู" ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

 

เดวิด เบ็คแฮม ความฝันของคือ การได้เข้าร่วมเล่นกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด (ปีศาจแดง) ตั้งแต่วัยเด็ก แล้วคนที่หยิบยื่นความฝันนั้นให้กับเขาคือชายที่ชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะเฟอร์กี้เชื่อในความมุ่งมั่น ความขยัน ความพยายามและพรแสวงของเด็กคนนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองเต็มไปด้วยความหวังดีการเฝ้าดูแลทั้งในสนามและนอกสนาม เขาจะคอยผลักดันให้เด็กคนนี้ได้เดินเส้นทางที่ดีที่สุดเสมอ เปรียบได้ว่า เฟอร์กี้ ได้มอบทุกอย่างในชีวิตให้กับเด็กคนนี้ผ่านสิ่งที่เรียกว่าฟุตบอล เปรียบดั่งเหมือนพ่อคนที่สองของ เบ็คแฮม

 

ฟางเส้นสุดท้ายของ "เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู" ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

 

ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจนกระทั่งวันนึงทุกอย่างได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อ เดวิด เบ็คแฮม ได้เป้นนักเตะที่ดังที่สุดในโลกและทุกอย่างได้ถาโถมเข้ามาหาเขาไม่ว่าในหรือนอกสนามจนคำว่า ชื่อเสียง ได้เปลี่ยนคนอย่าง เบ็คแฮม คนเดิมไปตลอดกาลจากเด็กที่หลงรักในฟุตบอลเป็นนักเตะซุปเปอร์สตาร์ ด้วยความทุ่มเทความพยายามในการเล่นฟุตบอลของ เบ็คแฮม มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนที่ผิดมากที่สุดคือชายที่เปรียบเหมือนพ่อคนที่สองของเขานั่นเอง เพราะเฟอร์กี้อยากให้เขาได้ไปให้ไกลที่สุด แต่ในตอนนั้นเหมือนว่า เบ็คแฮม จะสนใจเรื่องนอกสนามมากกว่าและชื่อเสียงของตัวเองมากกว่าคู่แข่งที่อยู่ตรงหน้า เลือกที่จะหันหลังให้กับการที่เป็นนักเตะที่เก่งกาจที่สุด แต่เลือกเส้นทางที่จะเป็นนักเตะที่ดังที่สุดแทนจึงมีปัญหากับ เฟอร์กี้ มาโดยตลอด

 

ฟางเส้นสุดท้ายของ "เดวิด เบ็คแฮม กับ แมนยู" ถึงกายจะไปแต่ใจยังอยู่

 

ฟางเส้นสุดท้ายสำหรับของทั้งสองคน ได้เกิดขึ้นในปี 2003 หลังเกม แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด พ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซนอล ในวันนั้น เฟอร์กี้ โมโหเอามากๆ เพราะทั้งทีมเล่นแย่กันไปหมด และคนที่เขามองว่าเป็นข้อผิดพลาดของทีมในเกมนั้นคือ เดวิด เบ็คแฮม เขามองว่าไม่ลงมาช่วยเกมรับ ไม่ช่วยประกบคู่แข่งจนทีมโดนยิง เขาไล่ด่ากราดนักเตะทุกคน จนมาถึงคิวของ เบ็คแฮม “แกรู้ไหม!! ว่ามันเป็นความผิดของแก แกไม่ลงมาเล่นเกมรับ แบบจะไม่วิ่งด้วยซ้ำ” จบประโยคนั้นทั้งโลกได้เงียบกริบ แต่ เดวิด เบ็คแฮม กลับสวนขึ้นมาว่า มันไม่ใช่ความผิดของผมและสบดคำหยาบออกมา จึงทำให้ เฟอร์กี้ ฟิวส์ขาด เขาเตะรองเท้าไปโดนคิ้วของ เบ็คแฮม คิ้วแตก แน่นอน เบ็คแฮม ทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาพุ่งเข้าหาแต่ทุกคนได้ห้ามไว้ทัน สุดท้ายทั้งสองได้แยกทางกันไปโดยไม่มีบทสนทนาอะไรทั้งนั้น แม้เฟอร์กี้จะเรียกมาคุยที่ห้องเพื่อปรับความเข้าใจและบอกว่าเขาผิดพลาดตรงไหน ทั้งเปิดวิดีโอทั้งเปิดใจคุยจนคำถามสุดท้ายก็ยังไม่มีคำตอบหรือคำพูดอะไรจาก เบ็คแฮม เลย เพราะ เบ็คแฮม คิดว่าไม่จำเป็นต้องยอมผู้จัดการทีมอีกต่อไป จนเดินออกจากห้องไป แล้วประตูที่ เดวิด เบ็คแฮม ก้าวออกไปในวันนั้นเปรียบได้ว่าเขาได้ก้าวออกจากความฝันที่เขาได้วาดไว้ทั้งชีวิต

เบ็คแฮม ได้ย้ายออกไปจาก ยูในเต็ด ถูกขายให้ ราชันชุดขาว ในราคา 25 ล้านปอนด์ หลังจากวันนั้น เขาได้ตระหนักว่าโกรธจนลืมเหตุผลหลายๆอย่าง รวมถึงผิดพลาดของตัวเองในเกมนั้น และเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าสำหรับยูในเต็ดไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าสโมสรและไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สุดท้าย เดวิด เบ็คแฮม จำต้องย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝันและหลังจากนั้น 2 ปีเต็มเขาไม่เคยทนดูยูในเต็ดลงสนามได้เลย นั่นเพราะความเสียใจที่ต้องจากความฝันที่ตามมาหาทั้งชีวิต ระยะเวลาผ่านไปเขาได้ย้ายไปร่วมงานต่างๆสโมสรมากมาย จวบจนวันสุดท้ายที่ต้องอำลาสนามหญ้า เดวิด เบ็คแฮม ไม่ได้กลับไปสัมผัสความฝันนั้นอีกเลย

อ่านข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลสดใหม่ทุกวัน
ติดตาม Facebook :: SUPERSPORTSKICK

Please follow and like us:
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial