รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก ราคาแค่คู่ละ 4 ชิลลิ่ง เท่านั้น !!

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลออกแบบโดย คอนเนเรียส จอนห์สัน

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1526 ในสมัยคิงเฮนรี่ที่ 8 (King Henry VIII)

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก ถูกคิดค้นและออกแบบโดยช่างทำรองเท้า “คอนเนเรียส จอนห์สัน” เมื่อวันสมัยนั้นรองเท้าสตั๊ดมีราคาแค่คู่ละ 4 ชิลลิ่ง โดยตัวของรองเท้าทำจากวัสดุหนังสัตว์ และถักเย็บด้วยมือ ต้องใช้เวลานานพอสมควรถึงจะได้รองเท้าหนึ่งคู่ ถ้าเทียบราคารองเท้าสตั๊ด ณ ตอนนี้มีราคาที่สูงมากตามเทคโนโลยี ตามยุคสมัย แตกต่างกันไป

ในปี ค.ศ.1830 นักวิจัยเกี่ยวกับยาง “ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์” กำลังทำการวิจัยอยู่นั้น ด้วยความบังเอิญ เขาได้ค้นพบวิธีการทำให้เนื้อยางมีความยืดยุ่นและแข็งตัวได้โดยบังเอิญ เมื่อเขาได้หยอดส่วนผสมของยางกับกำมะถันในตบอบที่กำลังร้อน ซึ่งนั้นมันคือจุดเริ่มต้นในการค้นพบและเขาได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยางออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากที่เขาจะคิดค้นการผลืตยางรถยนต์แล้ว เขายังได้คิดค้นผลิตภัณฑ์อีกอย่างคือ รองเท้ากีฬา ซึ่งเขาได้ผลิตรองเท้ากีฬาคู่แรกของโลก จากการผลิตด้วยมือจนเขาพัฒนามาเป็นการใช้เครื่องจักรในการผลิต ในต้นศตวรรษที่ 19 จนชื่อเสียงเขาโด่งดัง ทำให้ตอนนั้นอุตสาหกรรมการผลิตรองเท้ากีฬาได้ถือกำเนิดขึ้น

 

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก

จากการทดลองสู้ความสำเร็จของวงการฟุตบอล

ด้วยการทดลองที่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ทำให้เขาได้ค้นพบการผลิตรองเท้าแบบต่างมากมาย และแน่นอนในวงการฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก ก็เป็นหนึ่งในการคิดค้นที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเล่นให้กับนักกีฬาฟุตบอล ห้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบและดีไซน์ของรองเท้าสตั๊ด มีต้นแบบที่ค่อนข้างจะเป็นรูปแบบคล้ายๆกัน ตั้งแต่ปี 1900 จนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ได้เปลี่ยนแปลง รองเท้าสตั๊ด ครั้งแรก ในศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิต รองเท้าสตั๊ด ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้การออกแบบ รองเท้าสตั๊ด ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของรองเท้า ออกไปในหลายรูปแบบ แต่ก็จะเน้นเรื่องน้ำหนักให้เบาลงและความยืดหยุ่นให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ซึ่งรองเท้าสตั๊ดช่วยทำให้ผู่เล่นมีประสิทธิภาพในการโชว์ทักษะต่างๆ ทั้งในการเลี้ยงลูก การคุมบอล และการยิงประตู เป็นต้น

ยุคสมัยอันรุ่งเรืองของ รองเท้าสตั๊ด

รองเท้าสตั๊ด ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแบบที่ลดขนาดของรองเท้าลงตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดน้ำหนักลง ทำให้นักเตะที่สวมใส่ทำความเร็วได้ดีขึ้น เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ดุด “ไข่มุกดำ” Pele เปเล่ ที่เขาได้สวมใส่รองเท้าแบรนด์ พูม่า (Puma) ในฟุตบอลปี 1962 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ในยุคสมัยนี้ การออกแบบและดีไซน์รองเท้าเน้นความโดดเด่น และสีสันที่สวยงาม แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความสามารถในการทำความเร็ว และน้ำหนักเบา ซึ่งค่ายผลิตภัณฑ์อุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ อาดิดาส ก็ได้ผลิตรองเท้ารุ่น “F-50 อาดิซีโร่” เป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก 

 

รองเท้าสตั๊ดคู่แรกของโลก

 

รองเท้าสตั๊ด ยังถูกศึกษาและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

จากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากรองเท้าที่มีน้ำหนักถึง 500 กรัม และเทคโนโลยีที่ดีขึ้นในยุคสมัยนี้ ทำให้ รองเท้าสตั๊ด เหลือน้ำหนักเพียงแค่ 165 กรัม เบาจนเหมือนวิ่งด้วยเท้าเปล่า ทำให้นักเตะที่สวมใส่ แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มเปี่ยม การยิงประตูที่แม่นยำขึ้นและครองบอลได้อย่างดีเยี่ยม สีสันสวยงาม โดยขั้นตอนในการออกแบบได้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปจากตัวรองเท้าจนหมด จนทำให้น้ำหนักของรองเท้าเหลือแค่ 165 กรัม นับได้ว่าเป้นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากรุ่นก่อนๆ ที่มีน้ำหนักเยอะ สู่รองเท้าที่เบามากซึ่งช่วยให้นักเตะทำความเร็วได้ดียิ่งขึ้น และพูดได้เลยว่าเป็น รองเท้าสตั๊ด ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา และ “F-50 อาดิซีโร่” ได้เปิดตัวในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ให้ทุกคนได้เห็นเป็นครั้งแรก

 

ติดตามข่าวสาร :: ข่าวกีฬาออนไลน์

อ่านเรื่องที่น่าสนใจ :: เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

ติดตาม Facebook Fanpage :: SUPERSPORTSKICK

Please follow and like us:
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial