“เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู” เมสัน เมาท์

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

“เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู” เมสัน เมาท์

ความหวังใหม่ของสิงบลู เชลซี จากเด็กสร้างและเด็กปั้นที่เขา ภาคภูมิใจ และพร้อมใจให้กับ เชลซี เด็กหนุ่มที่มีอนาคตไกล จากการคว้าแชมป์ UCL U19 ถึง 2 ปีซ้อน และ เป็นตัวหลักในทีมลุ้นเลื่อนชั้นใน แชมเปี้ยนชิพ ก่อนที่จะถูกต้นสังกัดดึงตัวกลับและมาเป็นตัวหลักและสร้างสรรค์เกมให้กับ เชลซี เมสัน เมาท์

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

“เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู” เมสัน เมาท์

เด็กหนุ่มผู้มีสายเลือดเดอะ บลูส์ มีนามเต็มๆว่า “เมสัน โทนี่ เม้าท์” ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 10 มกราคมปี 1999 ในพอร์ทสมัธ, สหราชอาณาจักร

ครอบครัวของเม้าท์มีถิ่นฐานมาจากพอร์ทสมัธ เมืองที่เป็นสถานีทหารเรือที่สำคัญ,มีประชาการหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แถมยังเป็นท่าขนส่งผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ลักษณะของคนที่นี่จึงมีภาพลักษณ์เป็นคนอดทนและขยันขันแข็งในการต่อสู้ชีวิต

เบื้องหลังของเม้าท์ มาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่ได้มีเงินร่ำรวยอะไร แต่โชคดีที่ครอบครัวของเขาเป็น”ฟุตบอล-แฟมิลี่” เมื่อคุณพ่อของเขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นช่างประกอบเรือ เผื่อสานฝันการเล่นฟุตบอลเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆในเกมระดับล่าง ก่อนผันตัวเองมาเป็นโค้ชฟุตบอล อาชีพซึ่งทำให้เขาสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้แบบไร้ปัญหา โดยโทนี่ เม้าท์ลงเล่นฟุตบอลในลีกสมัครเล่น ก่อนที่จะได้รับโอกาสมารับหน้าที่ผู้จัดการทีมให้ ฮาแวนท์ ทาวน์และนิวพอร์ต

ระหว่างที่เขายังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่อยากสนุกกับฟุตบอล ตามประสาของคุณแม่ทั่วไป เธอกลับอยากให้ลูกชายมั่นศึกษาเหล่าเรียนดีกว่าเอาเวลาไปทุ่มกับฟุตบอล แต่พ่อของเขากลับไม่คิดแบบนั้น การเลิกเล่นฟุตบอลของโทนี่ เม้าท์เป็นช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวด เขาสาบานกับตัวเองว่าจะทำวิถีทางที่จะสานฝันของเขาต่อไปผ่านตัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

เจ้าหนูเม้าท์เป็นเด็กร่าเริงและสดใสอยู่เสมอ เขาบริหารจัดสรรค์เวลาเรียนและซ้อมฟุตบอลได้เป็นอย่างดี แม้จะเล่นฟุตบอลแต่ก็ไม่เคยเสียการเรียน ทุกๆคนใกล้ตัวเขาต่างรู้ดีว่าเด็กคนนี้เกิดมาเพื่อหายใจเป็นฟุตบอลอย่างแท้จริง

เวลาผ่านล่วงเลย ในสมองของเม้าท์มีแต่ความคิดจะได้เรียนรู้ทักษะฟุตบอลอย่างจริงจัง เขามักจะเบรกทุกกิจกรรมที่เข้ามาเพื่อเปิดทางให้การเล่นฟุตบอลมาเป็นอันดับแรกเสมอ ไม่ว่าจะเช้า,บ่าย,เย็น เจ้าหนูเม้าท์จะต้องถือลูกฟุตบอลไปตามสนามของเมืองพอร์ทสมัธ เพื่อทบทวนทักษะของตัวเองในทุกๆวัน

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

ส่งผลถึงพ่อแม่ของเขาที่เริ่มเข้าใจแล้วว่าเป้าหมายของลูกชายคืออะไร พวกเขามักหาโอกาสไปนั่งเฝ้าเม้าท์ ก่อนคุยกันว่าอยากให้ลูกชายไปทดสอบฝีเท้า และไม่นานนักเมื่อเขาถูกเรียกให้ไปคัดตัวกับ บอร์ฮันต์ เอฟซี ศูนย์ฝึกเยาวชนท้องถิ่น

และนับจากวินาทีนั้นเอง ที่เส้นทางลูกหนังของบุตรซึ่งมีบิดาเป็นผู้คลั่งไคล้ฟุตบอลได้เริ่มต้นขึ้น

ระหว่างที่เจ้าตัวลงเล่นให้กับทีมท้องถิ่น อย่าง บอร์ฮันต์ เอฟซี ในชุดรุ่นอายุต่ำกว่า 6 ปี ทักษะและฝีเท้าของเม้าท์ก็เริ่มฉายแววเด่น จนบังเอิญไปเตะตาสองสโมสรใหญ่อย่างพอร์ทสมัธและเชลซี ทว่าแมวมองของทัพสิงห์ บลูส์คือผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ในตัวของเขาก่อนสโมสรในบ้านเกิดอย่างพอร์ทสมัธ

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

ความสามารถอันเปี่ยมล้นของเจ้าหนูเม้าท์ ทำให้เขาผ่านการทดสอบฝีเท้าเข้าอะคาเดมี่ของเชลซีได้อย่างไม่อยากเย็นนัก โดยไม่สนใจความเสี่ยงที่พ่อของเขาเตือนก่อนตัดสินใจมายังลอนดอนตั้งแต่ 6 ขวบ เมื่อปี 2005

ความเสี่ยงนั้นคืออะไร? พ่อของเม้าท์ไม่โอเคกับการที่อะคาเดมี่ของเชลซีมักไม่ค่อยดันเด็กปั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เนื่องจากสิงห์บลูส์ที่ถูกเทคโอเวอร์โดย โรมัน อับราโมวิช ซีอีโอที่ชื่นชอบในการทุ่มเงินซื้อนักเตะบิ๊กเนมมากกว่าปั้นขึ้นมานั่นเอง

ผมเตือนเขาตั้งแต่ตอนเด็กว่า “จอห์น เทอร์รี่คือผู้เล่นในทีมชุดใหญ่คนเดียวที่สามารถไต่ขึ้นมาจากระบบฝึกเยาวชนของสโมสรในรอบหลายปีที่ผ่านมา พอเขาได้ฟังอย่างนั้น เขาก็ตอบผมกลับมาอย่างมั่นใจว่า เขาจะเป็นคนต่อไปเอง” – ชายผู้เป็นบิดากล่าว

แน่นอนว่าการย้ายมาอยู่กับสโมสรใหญ่แบบนี้ย่อมมาพร้อมความกดดัน เม้าท์หมั่นพัฒนาฝีเท้าตัวเองให้ทันเพื่อนๆอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่ได้ทิ้งการเรียน เม้าท์เข้าเรียนที่โรงเรียนเพอร์บรุ๊ค พาร์ค ในวอเตอร์ลูวิลล์ ถัดไปอีก 8 ไมล์ทางตอนเหนือของพอร์ทสมัธ

และด้วยความฝันในการลงเล่นให้ทีมเชลซีชุดใหญ่ที่เปล่งประกายอยู่ในใจเขาเสมอ โดยหากเวลาเป็นใจ เขาก็มักจะใช้โอกาสนั้นเข้าไปทักทายกัปตันของสโมสรอย่าง จอห์น เทอร์รี่ อยู่เสมอ

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

ไม่เพียงแค่นั้น เม้าท์ยังได้รับแรงบันดาลใจในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพจากรุ่นพี่อย่างดาวิด ลุยซ์ แข้งชาวบราซิลเลี่ยนที่เป็นที่ประจักต์ในเรื่องของหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งไม่ยอมแพ้ จนเจ้าหนูรูปหล่อรายนี้ถึงกับยกให้ลุยซ์ เป็นไอดอลในใจของเขา ถึงแม้ว่าจะลงเล่นกันในคนละตำแหน่งก็ตาม และถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เม้าท์ก็ยังถือว่าได้เคยเล่นร่วมกันไอดอลของเขาในช่วงปรีซีซั่น ก่อนที่ล่าสุดแข้งชาวบราซิลจะย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อลก่อนฤดูกาลจะเปิดฉาก!

เมสัน เม้าท์ไม่ได้ทำให้ผู้เป็นพ่อผิดหวัง เขาปรับตัวกับการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องเรียนและซ้อมได้เป็นอย่างดี เขามักจะทำการบ้านในรถระหว่างทาง 8 กิโลเมตรที่เจ้าตัวเดินทางจากโรงเรียนไปศูนย์ฝึก และยังไม่เคยเบี้ยวซ้อมที่อะคาเดมี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

ชื่อของเม้าท์ถูกยกให้เป็น ดาวรุ่งชั้นแนวหน้าของอะคาเดมี่เดอะ บลูส์อย่างไม่ต้องสงสัย จนกระทั่งเขาและเพื่อนๆสร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ มาครอง เมื่อปี 2015-2017 ไม่เพียงแค่นั้นในปีเดียวกัน เมสัน เม้าท์ยังแรงไม่หยุดมีส่วนช่วยทีมยกแชมป์ ยูฟ่า ยูธ ลีกมาครองได้สำเร็จ พร้อมกับ เอฟเอ ยูธ คัพในปีถัดมาอีกหนึ่งสมัยอีกด้วย

ความสำเร็จของดาวรุ่งจากสิงห์บลูส์รายนี้ ส่งผลให้เจ้าตัวถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุด U-19 บวกกับโชว์ฟอร์มเก่งด้วยการแอสซิสต์ให้เพื่อนๆ สิงโตจูเนียร์อย่างเป็นกอบเป็นกำ จนสามารถคว้าแชมป์ยูโร รุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี มาครองเมื่อปี 2017 ติดทีมยอดเยี่ยมและคว้ารางวัลนักเตะทองคำในทัวร์นาเม้นดังกล่าวอีกด้วย

เขาก็เหมือนกับจาดอน ซานโช่และดาวรุ่งผู้ดีรายอื่นที่ต้องการกระตุ้นความมั่นใจและประสบการณ์ ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง, รูปแบบการซ้อมที่แปลกใหม่ อย่างการถูกส่งยืมตัวไปเก็บเวลในต่างแดน ก่อนที่สุดท้ายโชคชะตาจะทำให้เขาได้ย้ายไปอยู่กับสโมสร วิเทสส์ ในลีกเอเรดิวิซี่ด้วยสัญญายืมตัวระยะยาวเมื่อปี 2017

และเขาก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เม้าท์ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับวิเทสส์ อย่างสม่ำเสมอ แถมยังสร้างชื่อกระหึ่มคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของวิเทสส์ประจำซีซั่น 2017-18 มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกกับสโมสรแห่งนี้

ในปีถัดมาแม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับความสนใจจากสองทีมยักษ์ใหญ่ในลีกอย่างอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมและพีเอสวี แต่ด้วยความที่ดาร์บี้ เคาน์ตี้เองก็มีกุนซือซึ่งเป็นตำนานเชลซีอย่างแฟรงค์ แลมพาร์ดคุมทัพอยู่ การตัดสินใจย้ายมาเป็นหนึ่งในขุนพลแกะเขาเหล็กจึงเป็นอะไรที่เจ้าตัวแทบจะไม่ต้องลังเลเลย

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

เม้าท์ถูกยกให้เป็นที่รักของแฟนๆดาร์บี้ เคาน์ตี้อย่างง่ายดาย แถมเขายังเป็นคีแมนย์สำคัญในการพาลูกทีมของแลมพาร์ดคว้าแชมป์เพล-ออฟเพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ ลีกได้สำเร็จ

ระหว่างที่โลดแล่นอยู่ในลีกเดอะ แชมเปี้ยนส์ ชิพ เม้าท์ผ่านการรับรู้วิชาจากแลมพาร์ดโดยตรง เขาถูกฝึกฝนและชี้นำโดยติวเตอร์ชั้นยอดออกมาในแบบที่แลมพาร์ดอยากให้เขาเป็น

ในซีซั่นนี้ เม้ามองเห็นโอกาสในการกลับมาลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของเชลซี จากการที่แฟรงค์ แลมพาร์ดตัดสินใจเข้ามารับงานกุนซือกับสิงห์ บลูส์ อย่างน้อยก็เป็นนายเก่าที่เคยร่วมงาน โอกาสก็คงต้องตกมาอยู่กับเขาบ้างไม่มากก็น้อย นั่นคือสิ่งที่เม้าท์คิดอยู่ในหัว แต่กว่าจะถึงตอนนั้นสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้ก่อนซีซั่นจะเปิดฉาก คือการทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดในช่วงปรีซีซั่น 2019

 

และเม้าท์ก็ได้ทำให้สาวกเดอะ บลูส์เห็นแล้วว่า “นิว แฟงค์ แลมพาร์ด” ได้กลับมาสู่รังเดอะบริดจ์แล้ว เขาก็ได้โชว์ฟอร์มได้ออกมาอย่างดีเยี่ยมและโดดเด่น ยึดตัวจริงในตำแหน่งกองกลางฝั่งซ้าย ทำประตูและแอสซิสต์ช่วยเหลือทีมได้อย่างมากมาย ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสในนามทีมชาติชุดใหญ่ และ สามารถยิงประตูได้ให้กับทีมชาติเป็นครั้งแรกและพาอังกฤษเข้ารอบยูโร2020 ได้สำเร็จ

 

"เลือดที่ไหลเวียนเป็นสีน้ำเงิน ความหวังใหม่ของสิงบลู" เมสัน เมาท์

 

ดูไฮไลท์คู่อื่น :: ไฮไลท์ฟุตบอลทั้งหมด
อ่านข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอล
ติดตาม Facebook :: Facebook

Please follow and like us:
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial
error: Content is protected !!