ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

     ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1993 ที่ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชน กับสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แล้วได้รับสัญญาอาชีพกับทีมในปี 2011 (18 ปี) และ เป็นนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ลงเล่นในนามทีมชาติ 53 นัด ยิง 7 ประตู 

2011-2014 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ลุยลีกวัน

ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

     ฤดูกาล 2010/11 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เริ่มมีส่วนร่วมกับทีม แต่ยังไม่ใช่ตัวหลัก ได้ลงเล่นเพียง 5 นัด จากนั้นในฤดูกาลต่อมา (2011/12) แม็กไกวร์กลายเป็นกองหลังตัวหลักแบบเต็มตัว ซึ่งในขณะนั้นทีมตกไปเล่นในลีกวัน เขาอยู่กับทีมเป็นเวลา 3 ฤดูกาลลงสนาม 166 นัด แต่ไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นได้ ผลงานที่ดีที่สุดคือการพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลเอฟเอคัพ ในฤดูกาล 2013/14 (แพ้ ฮัลล์ ซิตี้) ซึ่งในฤดูกาลนั้น เขาได้ลงเล่นถึง 52 นัดรวมทุกรายการ ยิง 6 ประตู

2014-2017 ลุยพรีเมียร์ลีกกับ ฮัล ซิตี้

     กรกฏาคม 2014 ฮัลล์ ซิตี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก จ่ายเงิน 2.5 ล้านปอนด์ ดึงตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ อย่างไรก็ตามกองหลังจากลีกวัน แทบไม่ได้รับโอกาสจากกุนซือ สตีฟ บรูซ ได้ลงเล่นแค่ 6 นัด มีเวลาอยู่ในสนาม 276 นาที

     ฤดูกาล 2015/16 ฮัลล์ ซิตี้ ตกชั้นไปเดอะแชมป์เปียนชิพ คราวนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม พาทีมขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง จากการเล่นเพลย์ออฟ โดยที่เขาได้ลงเล่น 33 นัด

      ฤดูกาล 2016/17 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยึดตัวหลักของ ฮัลล์ ซิตี้ ได้แบบเต็มตัว ลงสนามในพรีเมียร์ลีก 29 นัด (ตัวจริง 25) แต่ไม่อาจช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้ (จบอันดับ 18) ต้องกลับไปเริ่มต้นที่แชมป์เปียนชิพอีกครั้ง

2017-2019 ลุยพรีเมียร์ลีกต่อกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ประวัติ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

      แม้ผลงานของทีมจะไม่ดี แต่ผลงานส่วนตัวของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เพียงพอที่จะทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015/16 ดึงตัวไปร่วมทีม โดยทัพจิ้งจอก จ่ายค่าเสียหาย 17 ล้านปอนด์ ให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ เอาไปใช้ในการสร้างโอกาสกลับมาลุยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

     ฤดูกาล 2017/18 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยึดตัวหลักของ เลสเตอร์ ได้ทันที เขาลงเล่น 44 นัดรวมทุกรายการ เป็นการลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกทั้ง 38 นัด ขณะที่ในฤดูกาลต่อมา (2018/19) แม็กไกวร์ยังโชว์ฟอร์มแกร่งเหมือนเดิม

     แม้จะไม่พาทีมประสบความสำเร็จอะไร แต่ก็ช่วยให้ทีมเกาะอยู่กลางตาราง และเข้ารอบลึกๆบอลถ้วยได้ตลอด จนเป็นที่สนใจของ “ปีศาจแดง”

2019-ปัจจุบัน สวมเครื่องแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     2 สิงหาคม 2019 (ฤดูกาล 2019/20) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่ายเงิน 80 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาเล่นในโอลด์แทรฟฟอร์ด พร้อมตำแหน่งกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก เขากลายเป็นตัวเลือกแรกของ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา ได้ลงเล่น 55 นัดรวมทุกรายการ แบ่งเป็นการลงเล่นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก 38 นัด

     ฤดูกาล 2020/21 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีม แต่ผลงานของเขาค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน กลายเป็นกองหลังจอมคอนเทนต์ มีภาพล้อเลียนเค้าเต็มสื่อโซเชียล ถึงกระนั้น แม็กไกวร์ก็ยังได้ลงเล่นกว่า 52 นัด พลาดการเล่นพรีเมียร์ลีกแค่ 4 นัดเท่านั้น

     2021/22 “ปีศาจแดง” ภายใต้การดูแลของโซลชา ยังคงมี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นกำลังหลัก ต่อเนื่องมาถึงครึ่งฤดูกาลหลังที่ ราล์ฟ รังนิค เข้ามาคุมบังเหงียน เขาก็ยังได้รับความไว้วางใจเช่นเคย ได้ลงเล่น 36 นัดรวมทุกรายการ (ได้เล่นน้อนยลงเพราะบาดเจ็บ)

     ฤดูกาล 2022/23 (ปัจจุบัน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนมาอยู่ภายใต้การดูแลของ เอริค เทน ฮาก กุนซือเลือดดัตช์ ซึ่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังอยู่ในขุมกำลังหลักของทีมในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆถูกลดบทบาท ลงไปเป็นตัวสำรองในช่วงหลัง ผ่านไป 17 นัดของซีซั่น เขาได้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่ 3 นัดเท่านั้น

ติดตามเรื่องราว ประวัตินักฟุตบอล เพิ่มเติมได้ที่ :: ประวัตินักฟุตบอล

เยี่ยมชมเว็บข่าวกีฬาได้ที่ :: เว็บข่าวกีฬาออนไลน์