เทคโนโลยีติดตามลูกบอล Adidas สร้างเพื่อฟุตบอลโลก 2022

เทคโนโลยีติดตามลูกบอล

เทคโนโลยีติดตามลูกบอล Adidas สร้างเพื่อฟุตบอลโลก 2022

    ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ Adidas รับหน้าที่ผลิตลูกฟุตบอลสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ และพวกเขาได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้โดยเฉพาะ 

     Adidas ได้ผลิตลูกบอลที่มีชื่อว่า Al Rihla ซึ่งในลูกบอลเวอร์ชั่นนี้ จะมีระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า Suspension System ซึ่งจะมีเซนเซอร์การตรวจจับที่แม่นยำ บรรทุกได้มากถึง 500 ครั้งต่อวินาที เอาเป็นว่าทุกสัมผัสที่มากระทบลูกบอล ระบบสามารถตรวจนับได้หมด นอกจากนั้นแล้ว ระบบนี้ จะมีส่วนช่วยในการตรวจจับล้ำหน้าอีกด้วย ซึ่งลูกบอลจะบันทึกข้อมูลเอาไว้ เพื่อเป็น VAR ให้ผู้ตัดสินได้พิจารณา

adidas 2022 World Cup Ball To Be First To Feature Connected Ball Technology  - SoccerBible

     Al Rihla ลูกฟุตบอลที่ล้ำสมัยที่สุด นับตั้งแต่ปี 1970 Adidas ผูกขาดการผลิตลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกมาโดยตลอด แล้วในเวอร์ชั่น Al Rihla ที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ถือเป็นลูกฟุตบอลที่ล้ำสมัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยที่ Al Rihla ถูกออกแบบให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และเคลื่อนที่ในอากาศด้วยความมั่นคง เพื่อให้บอลที่ออกจากเท้านักเตะเป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด

Story Behind The Design | The adidas Al Rihla 2022 World Cup Match Ball -  SoccerBible

เทคโนโลยี CRT-CORE กับ SPEEDSHELL ทำให้บอลลูกนี้ ดีที่สุดในโลก

     ในลูกบอล Al Rihla จะมีสองสุดยอดเทคโนโลยีอย่าง CRT-CORE กับ SPEEDSHELL ที่จะมาทำให้เจ้าลูกบอลนี้ กลายเป็นลูกบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

     เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี CRT-CORE ที่จะช่วยคุมควบคุมแม่นยำ ความเร็วของลูกบอล ให้บอลที่ออกจากเท้าของนักเตะ เหมือนการเอามือจับไปวาง แถมยังรักษาลมที่อยู่ภายในลูกบอลให้มีความสมดุลอีกด้วย 

     เทคโนโลยี SPEEDSHELL หรือพิ้นผิวของลูกบอล ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งผิวสัมผัสจะประกอบด้วยแผ่นหนัง 20 แผ่น ซึ่งมีความละเอียดระดับไมโคร แตกต่างจากลูกบอลรุ่นก่อน ที่ใช้ผิวสัมผัสแผ่นเดียว อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการเอาสไตล์ลูกบอลในอดีตมาใช้ เพราะสมัยก่อนลูกบอลจะมีแผ่นหนังหลายๆแผ่นมาเย็บติดกัน แต่ในการทดลอง Adidas เล็งเห็นแล้วว่า การมีแผ่นหนังหลายแผ่น ให้ประสิทธิภาพดีกว่า จึงกลับมาใช้แบบเดิมอีกครั้ง

     บอลรุ่น Jabulani ที่ใช้ในฟุตบอลโลก 2010 มีความเบา ทำให้บอลมีความเร็วสูง แต่ทิศทางของลูกบอลเวลาออกจากเท้า ค่อนข้างที่จะกำหนดไม่ได้ คล้ายๆกับการเตะลูกวอลเลย์บอล ขณะที่บอลรุ่น Telstar 18 ก็เป็นเพียงแค่การแก้ไขให้บอลเดินทางในรยะไกลได้ดีขึ้น แต่ยังไม่พิเศษเท่า Al Rihla ที่มีทุกอย่างครบครั้น ทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวมไปถึงความรวดเร็ว และความแม่นยำ

Men's World Cup Soccer Ball, the Al Rihla, Has the Aerodynamics of a  Champion - Scientific American

Al Rihla เป็นมิตรกับธรรมชาติ

    ลูกบอลจะเป็นมิตรกับธรรมชาติได้อย่างไร Adidas ได้ชี้แจงมาว่า การผลิตลูกบอลรุ่น Al Rihla จะใช้วัตถุดิบที่ส่งผลต่อธรรมชาติน้อยที่สุด เช่นการใช้หมึกกับกาวที่ผลิตจากน้ำ แทนการใช้พลาสติกในรุ่นก่อนๆ แต่หากต้องใช้พลาสติกจะเหลือเป็นขยะให้น้อยที่สุด ถึงขั้นไม่เหลือขยะเลย แถมยังลดการใช้สารเคมี ที่จะระเหยออกมา ซี่งจะนำไปสู่ภาวะเรือนกระจก 

     นอกจากนั้นแล้ว รายได้จากการขาย Al Rihla จำนวน 1% จะถูกมอบให้กับองค์กรการกุศล Common Goal Movement หรือองค์กรที่จะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ด้วยกิจกรรมทางฟุตบอล ซึ่งมี ฆวน มาต้า เป็นหัวเรือใหญ่

     ดังนั้นแล้ว Al Rihla จึงไม่ใช่แค่ลูกบอลที่ใช้ในฟุตบอลโลก ไม่ใช่แค่ลูกบอลที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากใครได้มีโอกาสอุดหนุนลูกบอลรุ่นนี้ ก็เท่ากับว่าได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปบริจาคให้การกุศลนั่นเอง ซี่งเจ้า Al Rihla มีราคา 5,000 บาท สำหรับรุ่นเดียวกัน แบบเดียวกันกับที่ใช้ในฟุตบอลโลก แต่หากแพงไปยังมีรุ่น League ที่มีราคาเพียง 1,600 บาท

Al Rihla by adidas revealed as FIFA World Cup Qatar 2022™ Official Match  Ball

ติดตามเรื่องราว top 10 football เพิ่มเติมได้ที่ :: Top 10 football

เยี่ยมชมเว็บข่าวกีฬาได้ที่ :: เว็บข่าวกีฬาออนไลน์